เตรียมสอบ Toefl ภายใน 1  ปี/เดือน/วัน!

(บ้าแล้ว มันบ้าแล้ว เอาเงินไปทิ้งเรอะ)

 

ย้อนกลับไปเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน เรากำลังจะสมัครโครงการแลกเปลี่ยนของมหาลัย แล้วทีนี้ บังเอิญว่าเพิ่งได้รู้ว่าเอกสารที่ต้องใช้ จำเป็นต้องมีผลคะแนนโทเฟลด้วย แล้วบังเอิญว่าเหลือเวลาอีกประมาณสามสัปดาห์ ก่อนที่จะหมดเขตรับสมัคร

 

ซึ่งรอบที่คะแนนจะออกทัน และสามารถยื่นใบสมัครได้ก็เหลือรอบเดียว นั่นก็คือรอบของอีกสามวันถัดไปเท่านั้น!

 

เราก็เลยจัดการสมัครสอบอย่างเร่งด่วน (โดนเสียค่าปรับอานเลย T_T)แล้วก็รีบเร่งมาเตรียมอ่านทันที บอกก่อนว่าเราไม่เคยสอบโทเฟล ไม่คิดจะสอบ และไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องสอบ ดังนั้น การสอบครั้งนี้จึงออกแนวลุยๆ บ้ามากๆ 555

 

และนี่คือสิ่งที่เราทำ ในการเตรียมสอบตอนนั้น

1.เตรียมใจ (เพราะเตรียมตัวไม่ทันแล้ว กรี๊ดดด)

2.ตั้งสติ (เรากับเพื่อนสติแตกกันมาก 555 แต่ควรจะนอนให้พอนะคะ สำคัญ)

3.กูเกิ้ล (หาข้อมูลเกี่ยวกับการสอบเท่าที่จะทำได้)

 

สิ่งหนึ่งที่ต้องรู้ ทุกครั้งที่จะไปสอบคือแพทเทิร์นของข้อสอบ เราจะต้องรู้ว่าในแต่ละข้อสอบนั้นมีพาร์ทอะไรบ้าง ซึ่งเราโชคดีด้วยที่มีเพื่อนเคยสอบหลายคน ก็เลยได้ข้อมูลมาเยอะหน่อย ซึ่ง Toefl ibt นั้น ประกอบไปด้วย

 

1. Reading

ตอนแรกเราคิดว่า Reading ไม่ยากนะ เพราะตอนที่ซ้อม (1รอบถ้วน) ทำได้เกือบเต็ม แต่พอไปเจอจริง กรี๊ด นี่แกเอาอะไรมาให้ชั้นอ่าน จากประสบการณ์นะ ส่วนมากข้อสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษทั้งหลายจะชอบเอาบทความเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มาออก คือในการสอบหนึ่งครั้ง ยังไงๆ ก็ต้องมีบทความวิทย์ๆ แน่ๆ ซึ่งเด็กสายศิลป์ก็ต้องทุรนทุรายทำใจกันไป พยายามจะอ่านให้เข้าใจนะ แล้วก็ตอบๆ ไปตามนั้นแหละ

เทคนิคของเรา (เอามาจากเพื่อนอีกที) คืออย่าเสียเวลากับการอ่านบทความให้มาก เพราะใน 1 บทความข้อโทเฟล มีเวลาแค่ 20 นาทีในการทำข้อสอบค่ะ ซึ่งถ้าคุณไม่สามารถอ่านบทความจนจบได้ภายในระยะเวลา 2-3 นาที ก็กดข้ามไปเลยค่ะ ไปอ่านในข้อแทน (มีขึ้นให้) แล้วเราจะได้เวลาเฉลี่ยประมาณข้อละเกือบ 2 นาที ซึ่งก็เกือบจะพอดีนะ เกือบน่ะ -_-

 

2. Listenning

พาร์ทนี้เป็นพาร์ทที่เราทำคะแนนได้เยอะสุด ไม่มีอะไรเลย อารมณ์คล้ายๆ ฟังเลคเชอร์เป็นภาษาอังกฤษไปเรื่อยๆ จุดสำคัญมีแค่ฟังให้ทัน แล้วก็ตอบไปตามนั้นเท่านั้นเอง เค้ามีกระดาษมาให้โน้ตได้นะ แต่อย่ามัวแต่โน้ต เพราะเดี๋ยวจะพลาดสาระสำคัญ ส่วนใหญ่ก็ถามไม่ลึกหรอก (แต่ข้อออกแนววิทย์ๆ มาเต็มอีกแล้ว) อ้อ อย่าหลับนะ พยายามมีสติเข้าไว้

 

ตรงประมาณแถวๆ นี้รู้สึกว่าจะได้เบรคสิบนาที (ทำอะไรไม่ได้เลย ออกไปเข้าห้องน้ำกลับมาก็เวลาหมดแล้ว) แต่เราแนะนำให้ลุกออกมาจากที่นั่งนะ จะได้ไม่อุดอู้เกินไป

 

3.Speaking

เป็นพาร์ที่เราอ่อนสุด ห่วยสุด และไม่เคยทำได้เลย 555 คำถามจะแบ่งออกเป็นพาร์ทชีวิตประจำวันง่ายๆ เช่น ชอบไปไหน อยู่เมืองแบบไหน หรือคิดเห็นยังไงกับเรื่องบางอย่าง มีเวลาประมาณ 45 วินาทีให้ตอบ แล้วก็จะเป็นพาร์ทยาก ให้อ่านข้อความ หรือฟังบทสนทนาแล้วมาสรุป อันนี้ให้ 60 วินาที เป็นแบบอัดเทปนะคะ

เทคนิคเราคือพยายามจะโน้ตสิ่งที่คิดจะพูดเป็นข้อๆ ไป แล้วพูด (เพราะเราคิดไปพูดไปไม่ได้อ่ะ) ตอนพูดไม่ต้องห่วงเรื่อง accent แต่ให้ห่วงเรื่องการ stress คำ การออกเสียงอะไรแบบนี้มากกว่า แกรมม่าก็มีคะแนนนะ แต่นาทีนั้นพูดๆไปเหอะ 555

 

4.writing

พาร์ทนี้ก็ไม่ยาก พยายามเขียนให้เข้าใจ ถูกแกรมม่า แยกประเด็นชัดเจน ก็น่าจะพอแล้ว มีสองข้อ ให้สรุปบทความข้อนึง (บทความออกแนววิทย์ๆ -_- มันคิดว่าคนทั้งโลกเรียนแต่วิทยาศาสตร์รึยังไงห้ะ) กับอีกข้อถามความคิดเห็นทั่วๆ ไป ข้อหลัง 300 words ขึ้น ส่วนข้อแรกไม่เกิน 225 words ค่ะ

 

โดยรวมก็ประมาณนี้ มันจะผ่านไปอย่างรวดเร็วจนคุณตกใจ เราอาศัยบุญเก่าเยอะด้วยก็เลยเตรียมตัวได้ทัน (เรียนมหาลัยภาคอินเตอร์ค่ะ)

 

หนังสือที่เราอ่าน (ภายใน 1 วันที่เตรียมตัวนั้น) ก็จะมีของ ets เป็นส่วนใหญ่ เราว่าดีสุดแล้วนะ (เราหยิบของ Barron's มาด้วย ไม่ชอบเท่าไหร่) เพราะว่าเค้าจะมีฉบับที่มีซีดีให้ทดลองทำข้อสอบเสมือนจริงด้วย ดีเลยแหละ เพราะตัวอย่างข้อสอบโทเฟลดีๆ ไม่ค่อยมี ของเล่มอื่นก็มักเป็นกระดาษๆ ซึ่งไม่เหมือนกับที่เราทำจริง ตอนเราอ่าน เราชอบอ่านวิธีการให้คะแนนของเค้าด้วย มันดีนะ ทำให้ได้รู้ว่าควรตอบยังไงถึงจะได้คะแนนเยอะค่ะ

(เล่มนี้ แต่เค้าออกมาหลาย edition นะคะ ลองดู edition ใหม่ๆ แล้วก็ที่มี test แถมให้มาค่ะ)

 

ศูนย์สอบที่เราไปคือศูนย์สอบที่ลาดกระบัง OBAC อะไรซักอย่าง เสียงเครื่องบินค่อยข้างดังเพราะใกล้สุวรรณภูมิ ถ้าทำข้อสอบอยู่อาจจะเสียสมาธินิดหน่อย ห้องน้ำสกปรก และแอร์หนาวมาก มีพาร์ททิชั่นกั้นให้ในห้องสอบ แต่ก็ไม่ช่วยกั้นเสียงคนอื่นเวลาสอบ speaking ค่ะ (มันไม่เข้าไมค์หรอก แต่เสียสมาธิพอดู) ถ้าจะสอบ ลองดูรีวิวศูนย์สอบทั้งหลายดูค่ะ หาเอาในกูเกิ้ลพอมีอยู่

 

ป.ล. เราได้ 95/120 คะแนนเรียงตามพาร์ท 21/29/20/25 ค่ะ (น้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้ แต่พอใช้ได้)

ป.ล.2 กำลังจะส่งใบสมัครไปแลกเปลี่ยนแล้ว อวยพรให้เราได้ไปด้วยนะคะ!

edit @ 10 Feb 2013 19:22:47 by Oh_nana

edit @ 10 Feb 2013 19:22:58 by Oh_nana

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณมากค่ะ จะสมัครเรียนต้องใช้คะแนน 52 คะแนนไม่รู้ว่ายากหรือง่ายน่ะสิเพราะเรียนแค่ม.4 เอง ไม่ได้เตรียมตัวเลยพึ่งรู้เรื่องแต่มีเวลาถึงสิงหา แต่รอบถัดไปมันคืออีกสิบวันกำลังตัดสินใจว่าจะสอบดีไม่สอบดี 

#5 By sine (50.96.3.141|50.96.3.141) on 2014-04-16 11:47

#3 คุณ Dew
6.2 ของ ielts หรือเปล่าคะ ไม่เคยสอบไอเอลอ่ะค่ะ แหะๆ fb http://www.facebook.com/ohnananana อันนี้ค่ะ big smile

#4 By Oh_nana on 2013-07-21 14:11

มีเวลาน้อยเหมือนกันคะ เกณฑ์เค้าจะเอา 6.2 ibt ยากไหมคะ เป็นกำลังใจให้หน่อย ปล ขอ fb ไว้พูดคุยได้ไหมคะ ขอบคุนมากคะ

#3 By Dew (202.28.248.140) on 2013-07-20 23:51

@pedpipu  ขอบคุณค่า โชคดีเช่นกันน้า :) ขอให้ได้คะแนนเยอะๆๆๆๆเลยค่า สู้ๆๆๆ

#2 By Oh_nana on 2013-02-15 22:14

กำลังจะไปสอบพรุ่งนี้อยู่เลยฮะ
เตรียมตัววันเดียวเหมือนกันเลย 5555

อ่านแล้วได้กำลังใจขึ้นเยอะเลย ขอบคุณมากฮะ
ยังไงก็ขอให้ได้ไปนะครับ ^ ^)/

#1 By PiPU on 2013-02-15 13:14