มาปัดฝุ่นบล็อคต้อนรับงานหนังสือครอบครัวซักหน่อย...

ถ้าเป็นคนที่ติดตามเรื่องราวในแวดวงหนังสือ ยังจำกันได้ เมื่อประมาณ 8-9 ปีก่อน สนพ.แจ่มใสได้นำเข้านิยายแนวเกาหลีเข้ามาสู่เมืองไทย โดยใช้ชื่อแนวว่า Korean Love Series โดยมีนิยายชูโรงเป็นนิยายแนวสาวใสหนุ่มแซบ สาวซ่าไรประมาณนี้ ที่มีคาแร็กเตอร์ชัดเจนคือเป็นนิยายตาหวาน มีอีโมติคอน ^_^ ในบทบรรยาย และภาพปกแนวการ์ตูน ซึ่งหลังจากที่แนวนี้ดังถล่มทลาย แจ่มใสก็เริ่มมีนักเขียนคนไทยเข้ามาเขียนแนวนี้บ้าง โดยยังคงสไตล์เดิมคือนิยายรักสดใสที่ทำให้โลกทั้งใบเป็นสีชมพู (คอนเซปต์เค้า... นิยายโลกสวยนั่นเอง) และเปลี่ยนชื่อแนวเป็น jamsai love series หรือjls ในที่สุด

  (ภาพจากเฟสบุค Jamsai Book Fan)

หลายปีผ่านไป ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์บวกและลบ นิยายแนวนี้ก็ยังคงมีอยู่ เป็นนิยายที่ทำให้บูธแจ่มใสมีคนไปแออัดเยอะที่สุดบูธหนึ่งในงานหนังสือ และยังคงมีฐานนักอ่านที่เหนียวแน่นอยู่เหมือนเดิม แต่ถ้าลองสังเกตดูจะพบว่ามีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป...

 

(จบการเกริ่นนำ 555)

 

อนึ่งก่อนที่จะเข้าเรื่อง ขอออกตัวก่อนว่าเขียนเอนทรี่นี้ในฐานะนักอ่านที่ติดตามความเคลื่อนไหวของนิยายแนวนี้มาช้านาน และมองว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตทางวัฒนธรรมการอ่านของคนไทย และตลาดหนังสือในประเทศไทยนะคะ ไม่ได้เขียนในฐานะนักเขียน หรือผู้ได้ประโยชน์อะไร เราไม่ได้เงินจากการเขียนบลอคค่ะ (ถ้าได้คงอัพบ่อยกว่านี้ 555)

 

เราอ่านนิยายแนวนี้ของแจ่มใสมาก็นาน เห็นมันมาตั้งแต่วางเล่มแรกๆ บนแผงหนังสือ จนเริ่มติดชาร์ตของร้านหนังสือต่างๆ เป็นนิยมของเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน จวบจนทุกวันนี้มาเป็นนักเขียน ก็ยังอ่านอยู่ค่ะ เราสังเกตเห็นว่านิยายแนวนี้เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงไป โดยที่คนที่ไม่ได้ติดตามอาจจะไม่รู้ตัว...

 

(ภาพจากเฟสบุค Jamsai Book Fan)


หลายปีหลังมานี่ จะเห็นได้ว่าแจ่มใสเริ่มออกนิยายแนวซีเรียสๆ มามากขึ้น อย่างเซ็ต Sin Story ของลูกชุบ หรือพวกนิยายพระเอกโฉดของ Hideko_sunshine ก็แทบไม่มีอีโมติคอนหลงเหลือให้เห็นแล้ว (ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่าวัยรุ่นไทยชอบอ่านแนวนี้จริงๆหรือ? ที่ขายได้ทุกวันนี้เพราะแบรนด์หรือเพราะตลาดต้องการแนวนี้จริงๆ?) มีนักเขียนหน้าใหม่ๆ หมุนเวียนเปลี่ยนเข้ามาหลายคน และนิยายภายใต้ปกการ์ตูนก็เริ่มมีทิศทางที่แตกออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงวันนี้ เราได้อ่านนิยายเรื่องหนึ่งที่เพิ่งจะออกมาไม่นาน อย่าง Beautiful Blues ปฐมบทรักร้ายปลายขอบฟ้า ของ Just Nightmare

 

ภาพปกที่วาดโดย Omix

 

คือเรื่องมันเป็นงี้

โลกหลังสงครามโลกรั้งที่สามเมื่อ 130 ปีก่อนได้ก่อให้เกิดลัทธิ ‘บลูอายส์’ ซึ่งก็คือพวกคนตาฟ้า หลบหนีความวุ่นวายของโลกไปอาศัยอยู่ในหุบเขาลึกที่หนาวเหน็บ และมีกฏทางสังคมที่เข้มงวดว่าทุกๆ อย่างต้องเป็นไปตามความประสงค์ของ ‘บลูส์’ เท่านั้น โดยที่ชาวเมืองไม่รู้เลยว่าบลูส์คือใครกันแน่ เพราะบลูส์ไม่เคยปรากฏตัว จะมีก็แต่ ‘โพลิเชี่ยน’ซึ่งทำหน้าที่คล้ายๆ ตำรวจคอยดูแลเมืองอยู่อย่างเข้มงวด

นางเอกของเรา ‘แคลตา’ เป็นเด็กสาวที่อาศัยอยู่ในป่าต้องห้ามนอกเมืองของบลูส์ เพราะครั้งหนึ่งเธอเคยอยู่ในเมืองและพ่อแม่ถูกฆ่าตายไปทำให้เธอต้องหนีมาอยู่ในป่า พร้อมด้วยนกเค้าแมวคู่ใจ ชีวิตก็มีความสุขเท่าที่พึงจะมีได้ แต่จู่ๆ เธอก็พบว่าชีวิตของเธอในป่าต้องห้ามนั้นไม่ปลอดภัยอีกต่อไป เธอจึงคิดจะหนีและเข้าเมืองไปขโมยสเบียงมาตุนไว้ ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอได้เจอกับเรื่องราวอีกมากมายตามมาเป็นพรวน

จริงๆ เราอ่านเรื่องนี้จบมาสักพักแล้ว เพราะไปขอต้นฉบับนังคนเขียนมาอ่าน 555 แต่เพิ่งได้จังหวะมารีวิวตอนที่หนังสือออกพอดีนี่ล่ะ (รีวิวด้วยความเต็มใจ ไม่ได้จะเขียนอวยอะไรทั้งนั้นนะ)

โดยส่วนตัวเป็นคนชอบนิยายแนว Dystopia (โลกอันโหดร้าย) อยู่แล้ว แต่ไม่ค่อยได้อ่านนิยายแนวนี้ที่คนไทยแต่งเลย นี่เป็นเรื่องแรกของเราโดยฝีมือคนไทยเลยก็ว่าได้ ซึ่งก็ชอบนะ เราชอบสังคมอันแร้นแค้นที่ผู้คนอยู่กันด้วยความหวาดกลัวของ Beautiful Blues มากทีเดียว

 

ในจักรวาลของ Beautiful Blues บลูส์นั้นเปรียบเสมือนพระเจ้า เป็นกฏทางสังคมที่แบบว่าทุกคนเชื่อและปฏิบัติตามโดยไม่มีเงื่อนไข ทำให้เรานึกถึงการเซ่นสังเวยเทพเจ้าในสมัยโบราณ การที่พลังศรัทธามีพลังมากขนาดนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาๆ ของสังคมมนุษย์อยู่เหมือนกันนะ เรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงสังคมทุกวันนี้ ยังมีอะไรอยู่บ้างนะที่เรายึดถือและศรัทธาโดยที่ไม่คิดถึงเรื่องเหตุผลใดๆ

 

เรื่องนี้... ถึงแม้ว่าจะยังเป็นแนวเลิฟซีรีย์ของแจ่มใสอยู่ แต่มันก็แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดเลยนะว่าแนวนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะยังมีอีโมติค่อนและปกการ์ตูนตาหวานเป็นจุดขาย แต่ในเรื่องของพล็อตและการดำเนินเรื่องต่างๆ ก็นับว่ามีสไตล์ที่เปลี่ยนไปมากพอควรเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่นการใช้สัญลักษณ์ (symbol) เช่นการที่นางเอกเข้าเมืองไปและได้เจอกับเพื่อน ซึ่งเป็นช่างตัดเสื้อ เรานึกสงสัยว่าท่ามกลางอาชีพมากมาย ทำไมต้องเป็นช่างตัดเสื้อ แต่ช่างตัดเสื้อนี่ล่ะที่เหมาะที่สุดสำหรับโลกของบลูส์อันหนาวเหน็บ เพราะมีแต่ช่างตัดเสื้อเท่านั้นที่จะให้ที่พักพิงอันอบอุ่นกับนางเอกได้

 

โดยสรุป เราให้ 7/10 ค่ะ ยังมีหลายจุดที่เราติดใจอยู่ แต่ยังไม่ได้อ่านภาค 2 ก็ต้องรอดูว่าภาค 2 จะทำออกมายังไง แต่เรื่องนี้ก็นับเป็นตัวอย่างหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงของ “นิยายโลกสวย” จากสนพ.แจ่มใส

 

edit @ 19 Jul 2013 15:48:19 by Oh_nana

edit @ 19 Jul 2013 15:50:14 by Oh_nana

Comment

Comment:

Tweet

ชอบมากๆ เลยที่ได้เข้ามาอ่านบล็กนี้
ก็อบ่างที่พี่บอกนั่นแหละฮะว่าทุกวันนี้นิยายเริ่มเปลี่ยนแนวไปบ่อยมาก แต่ก็มีรสชาติอย่างหนึ่งเช่นกัน

#1 By ซาตานตัวน้อย (49.231.99.82) on 2013-07-20 17:13